ส่องโมเดลจัดการขยะประเทศต่าง ๆ ทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

Highlights:

  • ในฝั่งยุโรป เยอรมนีคือประเทศดีเด่นด้านรีไซเคิล ส่วนเนเธอร์แลนด์ก็โดดเด่นในการใส่ความครีเอทีฟเติมกิมมิกสนุก ๆ ชวนชาวเมืองเปลี่ยน trash ให้กลายเป็น treasure 

  • ข้ามฟากมาแถวเอเชีย ญี่ปุ่นยืนหนึ่งเรื่องการคัดแยกขยะ ไต้หวันเองก็แนวหน้าในการนำหลัก “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” มาใช้อย่างครบวงจร และสิงคโปร์ก็มีโครงการ Waste To Energy ที่ตั้งเป้าจัดการขยะให้เกิดประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน

ทั่วโลกกำลังเน้นหนักประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่สุดและเร่งด่วนที่สุดของโลกในเวลานี้ เราจะเห็นข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ไปพร้อม ๆ กับข่าวที่นำเสนอผลจากน้ำมือมนุษย์ในการทำลายสิ่งแวดล้อมมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมนุษย์คือผู้ลงมือทำลาย ผลร้ายก็ย่อมสะท้อนกลับมาถึงเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลายประเทศตื่นตัวและเคลื่อนไหวกันมาหลายปีแล้ว ทั้งออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการสร้างมลพิษ โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use) ที่วิกฤติระดับต้องรีบผลักดันการเปลี่ยนแปลง ไม่งั้นโลกของเราแย่แน่ ๆ ไปเมียงมองแต่ละประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการจัดการขยะพลาสติกที่น่าสนใจเหล่านี้กันดีกว่า

 

เยอรมนี: รีฯ กันจนเด่น รีฯ กันจนดัง

จากทั่วทั้งสหภาพยุโรป เยอรมนีคือประเทศดีเด่นด้านรีไซเคิล รัฐบาลออกทุนวิจัยให้กับนักวิทยาศาสตร์คิดค้นกระบวนการแปลงขยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด และล่าสุดกับความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมแปลงพลาสติกน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ให้กลายเป็นน้ำมัน 1 ลิตรได้

นอกจากนั้น เมืองแห่งเบียร์นี้ยังโดดเด่นด้วยนโยบายแบนการใช้พลาสติกฟุ่มเฟือยในหลายกระบวนการผลิต รวมถึงขั้นตอนอื่น ๆ ในกระบวนการการบริโภค รัฐบาลเยอรมนียังขอความร่วมมือกับหลากร้านอาหารแนวฟาสต์ฟู้ด ให้ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งลงจนเหลือ 0 ด้วยแนวคิดที่ว่า ขยะนั้นนอกจากจะต้องถูกจัดการ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการต้องไม่ผลิตเพิ่มด้วย

 

เนเธอร์แลนด์: กรีนกันจนได้เงิน

ที่อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงแห่งจักรยานที่ชาวเมืองนี้ถือได้ว่าแทบจะรักษ์โลกที่สุดในโลก พวกเขาสร้างความกรีนไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวและบรรยากาศสดชื่นให้แก่เมือง แต่รวมถึงเรื่องการจัดการขยะพลาสติก ที่ล่อตาล่อใจมากขึ้นด้วยการชวนคุณกรีนกันจนได้เงิน

เมืองนี้เปลี่ยน trash ให้กลายเป็น treasure ด้วยการชวนชาวเมืองร่วมกันจัดเก็บและรวบรวมขยะพลาสติกแล้วนำไปแลกเป็น green coin ซึ่งเจ้าเหรียญสีเขียวน่ารักประหนึ่งเรากำลังเล่นเกมอยู่นี้ สามารถใช้ซื้อของได้จริง ๆ ในร้านค้าท้องถิ่นที่ร่วมรายการ หรือคุณจะเอาไปใช้จ่ายเป็นค่าซ่อมรถจักรยาน หรือซื้อคลาสโยคะก็ได้ ไม่น่าเชื่อว่าแค่จัดการขยะพลาสติกได้ จะส่งผลดีกับเรามากถึงขนาดนี้ เวรี่เยี่ยมยอด

 

ญี่ปุ่น: แชมป์โอลิมปิกประเภทแยกขยะ

ใครที่เคยไปประเทศที่กำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2020 น่าจะต้องเอียงคอแล้วร้อง “เอ๋…” แบบที่คนญี่ปุ่นชอบทำ พลางสงสัยอย่างหนักว่า ประเทศนี้ขยะมันหายไปไหนหมด ทำไมบ้านเมืองมันสะอาดสะอ้านถึงเพียงนี้

คำตอบของคำถามว่าทำไมนี้ก็คือ เพราะญี่ปุ่นเป็นแชมป์โอลิมปิกประเภทแยกขยะนั่นเอง ! ในโรงเรียนทั้งประถมและอนุบาล ปลูกฝังแนวคิดการจัดการขยะและการแยกขยะชนิดละเอียดยิบให้กับเด็ก ๆ ไม่เว้นแม้แต่ในเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่างฟูจิร็อก ก็มีจุดแยกขยะที่มีอาสาสมัครมาคอยแนะนำให้ผู้เข้าร่วมเทศกาลแยกขยะกันอย่างถูกต้องตาม โดยแบ่งเป็นถังขยะสำหรับฝาขวด ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง แก้วกระดาษ เศษอาหาร ช้อนส้อม และขยะทั่วไป อะไรจะรักษ์โลกระดับสายเลือดขนาดนี้

 

ไต้หวัน: เปลี่ยนเกาะขยะด้วยการให้ทุกฝ่ายขยับ

ขยับที่ว่าไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย แต่หมายถึงการให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างแท้จริง เปลี่ยนคำครหาจากเกาะขยะ ที่เคยมีคนให้สมญานามกับไต้หวัน ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ปรับและเปลี่ยนกันทั้งวงจร

เริ่มกันตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบแสนอีโค ที่ใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด ตามมาด้วยกระบวนการการผลิตที่ต้องลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดเช่นกัน หลังจากนั้นก็เข้าสู่หน้าที่ของพลเมืองทั้งหลาย ที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด (ตัวอย่างความล่อใจแสนน่ารักก็คือดนตรีท่วงทำนองสุดคิ้วท์ เชิญชวนให้คนทิ้งขยะแต่ละประเภทให้ตรงตามเวลาที่บรรเลงในยามเช้า)

หลังจากนั้นทางการก็ยังจัดตั้งศูนย์จัดการขยะ ที่แบ่งแยกขยะแต่ละประเภทเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้เป็นวัสดุที่ก่อประโยชน์ขึ้นอีกครั้ง และกลับเข้าสู่วงจรของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นี้ต่อไป …ประเทศที่เจริญแล้วมันเป็นแบบนี้นี่เอง

 

สิงคโปร์: เกาะจากขยะที่สะอาดที่สุดในโลก

หลายคนน่าจะพอรู้กันว่า ประเทศอายุน้อยสุดล้ำอย่างสิงคโปร์นั้นใช้วิธีการถมเกาะหนึ่งด้วย “ขยะ” เพื่อเพิ่มพื้นที่ของประเทศ แต่ประเทศที่เกิดจากขยะ (เกาะหนึ่ง) นี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่สะอาดที่สุดในโลกอีกด้วย !

ความฉลาดล้ำของสิงคโปร์นั้นไม่ได้มีอยู่แค่บ้านเมืองของพวกเขา เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับนวัตกรรม WTE – Waste To Energy กระบวนการจัดการขยะที่แสนง่ายและได้ประโยชน์ในทุกกระบวนการ เริ่มตั้งแต่ขยะจะถูกนำมายังโรงงานซึ่งมีทั้งสิ้น 4 แห่งทั่วประเทศ ขยะเหล่านี้จะถูกเผาในเตาปิด ใช้ควันที่ได้มาเป็นตัวตั้งในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ก่อนที่จะผ่านตัวกรองสารพิษพิเศษก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ เถ้าถ่านขยะจะถูกส่งต่อไปยังแหล่งทิ้งขยะ ซึ่งประเมินกันว่าสามารถรองรับเถ้าขยะได้จนถึงปี 2034 และนั่นเป็นเวลานานพอที่สิงคโปร์จะพบกับวิธีการจัดการขยะที่สมบูรณ์แบบ

ที่เล่ามานั้นเป็นเพียงตัวอย่างประเทศที่มีจุดเด่นในการจัดการขยะที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่แค่ 5 ประเทศนี้เท่านั้นที่อยู่บนถนนสู่อนาคตของการจัดการขยะอย่างยั่งยืน หลายประเทศก็กำลังหาวิธีจัดการขยะด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับประเทศตัวเองที่สุด นวัตกรรมที่น่าสนใจก็อย่างเช่นการศึกษาวิจัย BioPlastic หรือพลาสติกที่ผลิตจากชีวภาพและย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งนี่ถือเป็นอนาคตใหม่ของโลกใบนี้เลยทีเดียว

 

การจัดการขยะ: แล้วไทยอยู่ตรงไหน ?

กลับมาที่บ้านเรา ล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2562 ภาครัฐได้ออกไฟเขียวให้โร้ดแมปการจัดการขยะพลาสติก โดยตั้งเป้าไว้ที่การเลิกใช้พลาสติกหลายประเภท อาทิ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม พลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบางใช้ครั้งเดียว และหลอดพลาสติก ภายในปี 2565 แม้ในช่วงแรกหลายคนน่าจะยังไม่คุ้นชิน แต่เชื่อว่าเมื่อนโยบายนี้ดำเนินไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเราจะเข้าสู่การเป็นสังคมรักษ์โลก ปลอดพลาสติกแบบ Single Use แน่นอน

ส่วนภาคเอกชนอย่างบรรดาห้างสรรพสินค้าก็แข่งกันออกแคมเปญสนับสนุนให้คุณพกถุงผ้ามาจับจ่าย พร้อมด้วยโปรโมชั่นล่อใจมากมายสำหรับคนที่ไม่บอกรับถุงพลาสติก 

กว่าจะถึงวันนี้ เราเชื่อว่าทุกคนเริ่มต้นกันได้ด้วยตัวเอง ง่าย ๆ แค่พยายามลด ละ เลิก การใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง พยายามทำมันให้เป็นกระแสและเป็นรูปธรรมกันให้ได้ และเมื่อถึงวันนั้น เรารอฟังข่าวการตกอันดับประเทศที่ผลิตขยะพลาสติกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่นะเออ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *