“พลาสติก” นั้นสำคัญขนาดไหน ในอุตสาหกรรมรถยนต์

  • “พลาสติก” ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1868 จากประกวดนวัตกรรมในสหรัฐอเมริกา จากวัสดุที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ทดแทนลูกบิลเลียดก็ได้รับความนิยมมากขึ้น จนถูกนำไปใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม

  • แม้ว่าชื่อของพลาสติกจะติดตลาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงก่อนทศวรรษที่ 1950 ยังคงนิยมใช้เหล็กเป็นวัสดุสำคัญสำหรับการผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์ วิถีปฏิบัตินี้ต่อมาถูกสั่นคลอนลงด้วยคุณสมบัติที่ดีของพลาสติก

  • ทั่วโลกนั้นมีพลาสติกสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มากมายหลายชนิด ในประเทศไทย SCGTM PP P1085J ที่คิดค้นและพัฒนาโดย เอสซีจี เคมิคอลส์ คือ ไฮไลต์ที่น่าสนใจของนวัตกรรมเม็ดพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์

ในอุตสาหกรรมรถยนต์ “พลาสติก” เป็นวัสดุเนื้อหอมที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับการผลิตชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ เพราะมีคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ ทนทานต่อกรดและด่างได้เป็นอย่างดี ราคาถูกช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตได้ และอีกประเด็นซึ่งตอบโจทย์แวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ตรงจุดที่สุดก็คือ ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำด้วยพลาสติกนั้นมีน้ำหนักเบา ซึ่งน้ำหนักที่ลดลงได้ถึง 10% จะช่วยประหยัดน้ำมันให้กับรถยนต์ (Fuel economy) ได้ถึง 5% เลยทีเดียว

จากสิ่งประดิษฐ์ชิงรางวัล สู่วัสดุสารพัดประโยชน์
ปี ค.ศ. 1868 ที่สหรัฐอเมริกา มีการจัดงานประกวดสิ่งประดิษฐ์ชิงรางวัล ซึ่งเฟ้นหาวัสดุราคาถูกมาใช้แทนลูกบิลเลียดที่แต่เดิมทำด้วยงาช้าง เพราะวัสดุดังกล่าวเริ่มหายากมากขึ้น ทำให้ จอห์น เวสลีย์ ไฮแอท (John Wesley Hyatt) นักธุรกิจอเมริกัน ทดลองนำเซลลูโลสไนเทรตกับการบูรมาทำปฏิกิริยากัน และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือวัสดุที่สามารถทำเป็นแผ่นแบนบาง มีความใสคล้ายกระจก แต่ม้วนหรืองอได้ วัสดุที่เป็นเสมือนต้นกำเนิดของพลาสติกชนิดนี้ ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและเป็นที่นิยม เรียกว่า “เซลลูลอยด์” (Celluloid)

จากนั้นมันก็ถูกนำไปใช้ทำกรอบแว่นตา ด้ามมีด แผงบังลมรถ และฟิล์มถ่ายภาพ

ส่วนวัสดุที่เราสามารถเรียกว่า “พลาสติก” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำก็ถูกคิดขึ้นหลังจากนั้น 39 ปี นักเคมีชื่อ เลโอ บาเกอลันด์ (Leo Baekeland) ค้นพบวิธีการผลิต เบคิไลต์” (Bekelite) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพลาสติกสังเคราะห์ชนิดแรกของโลก จากสารอินทรีย์โมเลกุลเล็ก ๆ ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างฟอร์มัลดีไฮด์และฟีนอล เบคิไลต์เป็นพลาสติกแข็ง ทนความร้อนได้ดี และสามารถขึ้นรูปให้มีรูปร่างหลากหลายแบบได้ตามแม่พิมพ์โดยใช้ความร้อน ทำให้มีสีสันสวยงามได้และมีราคาไม่แพง พลาสติกชนิดแรกนี้ถูกนำมาทำเป็นฉนวนเคลือบสายไฟและชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่อมาใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ของใช้ และเครื่องประดับอีกมากมาย และกลายเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

เพราะ 5 ข้อนี้ ผู้ผลิตรถยนต์จึงเลือกพลาสติก
แม้ว่าวัสดุอย่างพลาสติกจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามนับตั้งแต่มันถือกำเนิดขึ้น แต่สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์แล้วนั้น กว่าพลาสติกจะได้รับการยอมรับ ก็นับเป็นระยะเวลานานหลายสิบปีนับจากยุค 50 ไม่แปลกใจเลยที่ชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงนั้นถึงใช้เหล็กเป็นวัสดุหลักในการผลิต

แต่เพราะข้อดีทั้ง 5 ของพลาสติก ทำให้วัสดุชนิดได้รับความนิยมขึ้นอย่างต่อเนื่องและถูกนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มากขึ้นเรื่อย ๆ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  • ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง (Fuel efficiency) เมื่อรถยนต์มีน้ำหนักน้อยกว่าเดิม เพราะชิ้นส่วนทำด้วยพลาสติก ทำให้พลังงานที่ถูกใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์นั้นลดลงไปด้วย นี่ยังรวมถึงปริมาณของก๊าซที่เกิดจากการสันดาปของเครื่องยนต์ก็มีปริมาณน้อยลงตามไปด้วย ปัจจุบันชิ้นส่วนต่าง ๆ ในรถยนต์เกือบครึ่งหนึ่งมีพลาสติกเป็นส่วนประกอบ แต่มีสัดส่วนน้ำหนักของวัสดุดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 10 เท่านั้น เมื่อคำนวณจากน้ำหนักของวัสดุทั้งหมด
  • วัสดุเพื่อความยั่งยืน จากเทรนด์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมรถยนต์เองก็ต้องตอบรับกระแสดังกล่าว และต้องขวนขวายหาวัสดุที่เป็นมิตรกับโลกมากยิ่งขึ้น พลาสติกจึงเป็นทางออก ทุกวันนี้ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ได้หันมาใช้พลาสติกรีไซเคิล ตัวอย่างชิ้นส่วนในรถยนต์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล เช่น เบาะรองนั่ง กันชน กันสาด และไลเนอร์ของล้อรถ
  • ออกแบบได้ง่าย เมื่อเปรียบเทียบในประเด็นของการขึ้นรูป การใช้พลาสติกเป็นโครงสร้างด้านนอกทำให้เอื้อให้เกิดงานดีไซน์ที่แปลกใหม่ ล้ำสมัยได้มากยิ่งขึ้น นั่นเพราะความสามารถในการบิดงอ แต่ไม่แตกหักเมื่อโดนความร้อน ซึ่งความพิเศษข้อนี้ไม่พบในเหล็ก หรือโลหะอื่น ๆ
  • เพิ่มความปลอดภัย อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยในรถยนต์ อาทิ ถุงลมนิรภัย และเข็มขัดนิรภัย ล้วนทำมาจากพลาสติกทั้งนั้น ในกรณีที่เกิดขึ้นอุบัติเหตุ อุปกรณ์เหล่านี้ที่มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ภายในและภายนอกรถยนต์นั้น ช่วยลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เหล็กเป็นวัสดุหลัก
  • ทนทานทุกสมรรถนะ หลายคนที่ขับรถจะรู้ดีว่าลมฟ้าอากาศต่าง ๆ นั้น มีผลอย่างมากับสภาพของรถ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สารเคลือบต้องมีพลาสติกเป็นส่วนประกอบสำคัญ เพื่อลดโอกาสที่พื้นผิวของรถยนต์จะถูกทำร้ายจากปัจจัยภายนอก เช่น ความเป็นด่างของเกลือ ความร้อน และน้ำ เชื่อกันไหมว่าแม้กระทั่งที่ปัดน้ำฝนยังเคลือบด้วยเนื้อฟิล์มพลาสติก เพื่อความทนทานต่อสภาพอากาศ รอยขูดขีด และการแตกหัก ที่น่าทึ่งก็คือ ภายใต้ฝากระโปรงรถ ชิ้นส่วนที่อยู่ตรงนี้ถ้าไม่ทำด้วยพลาสติก ก็ต้องได้รับการเคลือบด้วยพอลิเอทิลีน Polyethylene หรือ PE ซึ่งเป็นชนิดหนึ่งของพลาสติก

พลาสติกสำหรับรถยนต์ โดยฝีมือคนไทย
ตลาดรถยนต์ทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย 5% คือ อัตราการเติบโตของปีที่ผ่านมา ในประเทศไทยมีการเติบโตที่ 2% และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์พัฒนารูปแบบรถยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ซึ่งในปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่เน้นการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย ความสวยงามของรูปลักษณ์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ซึ่ง “พลาสติก” คือ วัสดุสำคัญที่ถูกนำมาใช้เพื่อการผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ ด้วยคุณสมบัติที่ดีหลายข้อและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นแนวหน้าของประเทศและระดับภูมิภาค ได้ทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และผู้พัฒนาเม็ดพลาสติกคอมพาวนด์ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่มาโดยตลอด และได้พัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการทั้งผู้ขับขี่และผู้ผลิตรถยนต์ทั้งในปัจจุบันและมองไปถึงอนาคตข้างหน้า นั่นคือ SCGTM PP P1085J

คุณสมบัติที่โดดเด่นของเม็ดพลาสติกนี้คือ ขึ้นรูปได้ง่าย ทำให้สามารถผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่บางลงกว่าเดิมได้ถึง 0.5 มิลลิเมตร น้ำหนักของชิ้นงานลดลงถึง 10% เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับโมเดลชิ้นส่วนงานแบบปกติ ทำให้ลดพลังงานที่ใช้ในการผลิต และลดการเกิดริ้วร้อย (Defect) ระหว่างการฉีดขึ้นรูป (Gate String) ได้เป็นอย่างดี SCGTM PP P1085J นี้ยังสอดคล้องและส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดปริมาณการใช้วัตถุดิบตั้งต้น ในขณะที่ความแข็งแรงของชิ้นงานยังเทียบเท่ากับของที่ผลิตจากพลาสติกเกรดมาตรฐาน สอดรับกับเทรนด์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ที่ต้องการลดน้ำหนักของชิ้นส่วนรถยนต์ แต่วัสดุยังคงต้องมีความแข็งแรงตามมาตรฐานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

นวัตกรรมพอลิเมอร์สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์นั้นยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตเมื่อความต้องการของผู้ใช้งาน คือ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ผู้ขึ้นรูปชิ้นงาน และผู้ขับขี่รถยนต์ แปรเปลี่ยนไปจากเดิม เราคงได้เห็นชนิดของเม็ดพลาสติกที่จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นได้

ที่มา:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *